KIT UDOM RICE

Premium Quality Rice from Ubon Ratchathani, Thailand.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Premium Grade Hom Mali Rice

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (2)

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (2)

         อุตสาหกรรมข้าวโพดเลี้ยงไก่ในไนจีเรีย เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จในการเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสังคมเมืองไปสู่สังคมชนบท ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้และการจ้างงานในชนบทได้ ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจและสังคมเมืองของไนจีเรียมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรดีขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อสูงขึ้นทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท ดังนั้นอุตสาหกรรมข้าวโพดเลี้ยงไก่จึงได้รับอานิสงส์ไปด้วย อุตสาหกรรมข้าวโพดเลี้ยงไก่นี้สร้างงานให้กับเกษตรกรรายย่อยมากกว่า 8 ล้านคน และตำแหน่งงานอีกกว่าหมื่นตำแหน่งในธุรกิจการค้า โรงสี โลจิสติกส์ การขนส่ง และคลังสินค้า

        
           ไม่น่าเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของการบริโภคเนื้อไก่ตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมานี้ นำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารไก่ที่เติบโตขึ้นกว่า 6 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับทุกผู้คนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนี้ SME สามารถเติบโตต่อไปได้ เกษตรกรรายย่อยมีกำไรจากการปลูกข้าวโพดทั้งในพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคใต้ และยังต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมประมง โดยการปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงปลาอีกด้วย ดังนั้นการพัฒนาชนบทให้เข้มแข็ง หัวใจจึงอยู่ที่การสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตร และเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสังคมเมืองกับการผลิตในสังคมชนบท เพื่อที่ประชากรในชนบทจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของสังคมเมืองด้วย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างงานสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้อีกด้วย


        การเชื่อมโยงตลาดดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ภาคชนบทยังต้องอาศัยการพัฒนาอีกมากเช่นกัน โดยเฉพาะมาตรฐานอาหารปลอดภัย และการศึกษา กล่าวคือการจะยกระดับการผลิตให้มีมูลค่าที่สูงขึ้นได้นั้น ต้องมีมาตรฐานสากล มีการรับรองระบบมาตรฐาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม จึงจะสามารถเพิ่มตลาดใหม่ๆ เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร  โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ผู้บริโภค ใส่ใจเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยมากขึ้น เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องปรับตัว เพื่อพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค แต่การทำมาตรฐานต้องมีการลงทุนและค่าใช้จ่าย รัฐบาลควรให้การสนับสนุนในส่วนนี้เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยและ SME 
  
        นอกจากนั้น Rob Vos และ Andrea Cattaneo ยังเสนออีกว่าลดภาษีนำเข้า เนื่องจากปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตร เช่น ปุ๋ย และเครื่องมือทางการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า หากลดภาษีนำเข้าได้ จะเป็นการลดต้นทุนให้กับเกษตรกรรายย่อยได้อีกทางหนึ่ง


        เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจประชากรในชนบทต้องได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ เช่น การทำธุรกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งการได้รับการศึกษาจะช่วยให้พัฒนาฝีมือแรงงานและประกอบอาชีพได้หลากหลาย และยกระดับค่าครองชีพอีกด้วย รัฐบาลจึงควรส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาทั้งระดับอาชีวะและการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการอบรมแก่คนทำงาน เพื่อให้มีความรู้สำหรับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ครอบคลุมทั้งความรู้ด้านดิจิตอล กระบวนการผลิต มาตรฐานสากล เทคโนโลยี และการทำธุรกิจ

References 

Vos, R. and Cattaneo, A. (2020). Smallholders and Rural People Making Food System Value Chains Inclusive. Retrieved from http://ebrary.ifpri.org/utils/getfile/collection/p15738coll2/id/133646/filename/133857.pdf July, 3 2020
  





วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (1)

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (1)

           Rob Vos และ Andrea Cattaneo เสนอแนวทางในการพัฒนาชนบทให้เข้มแข็ง และได้ประโยชน์จากการเติบโตของสังคมเมือง 3 แนวทาง คือการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน การปรับปรุงกฎระเบียบด้านการค้า และอบรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

          ลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งมีความจำเป็นยิ่งในการทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างสังคมชนบทและสังคมเมืองเข้มแข็งขึ้น การก่อสร้างถนน ไฟฟ้า คลังสินค้า ล้วนแต่ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวชนบทดีขึ้น นอกจากนั้นการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการปรับปรุงปัจจัยการผลิต ก็เป็นส่วนเสริมทำให้ชาวชนบทมีรายได้ที่สูงขึ้น และลดความผันผวนอันเกิดจากราคาตลาด หรือภัยธรรมชาติได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานมันฝรั่งในอินเดีย มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บรักษามันฝรั่งให้กับชาวสวน

   
        ซึ่งมีเกษตรกรให้ความสนใจเป็นอันมาก จากเดิมมีเกษตรกรใช้ห้องเย็นแค่ 40% ของเกษตรทั้งหมดในปี 2000 แต่ปัจจุบัน มีเกษตรกรใช้ถึง 95% แล้ว ห้องเย็นไม่เพียงลดความเสียหายของมันฝรั่งเท่านั้น แต่ยังเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรด้วย เดิมทีมันฝรั่งสามารถเก็บได้เพียง 3 เดือน แต่ห้องเย็นสามารถยืดอายุของมันฝรั่งได้นาน 7 เดือน ช่วงที่มันฝรั่งออกมาเยอะ ราคาตก เกษตรก็สามารถเก็บมันฝรั่งไว้ในห้องเย็นเพื่อชะลอการขาย นอกจากนั้นมันฝรั่งที่เก็บในห้องเย็นยังสามารถเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ได้อีกด้วย
 
     
       ห้องเย็นยังช่วยทำให้การเชื่อมโยงตลาดระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทให้ดีมากขึ้นอีกด้วย ผู้บริโภคเห็นว่าการเก็บมันฝรั่งในห้องเย็น ทำให้เก็บรักษาคุณภาพมันฝรั่งไว้ได้ ไม่เน่าเสีย จึงมีความต้องการมันฝรั่งจากห้องเย็นมากขึ้น และยินดีซื้อในราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตเองก็สามารถชะลอการขาย ในช่วงราคามันฝรั่งตกต่ำได้อีกด้วย นับเป็นการยกระดับรายได้ของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง

    
       นอกจากอินเดียแล้ว บราซิลเองก็เช่นกัน มีการลงทุนก่อสร้างถนนและการขนส่ง ทำให้ลดเวลาในการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนของเกษตรกร ทำให้เข้าถึงตลาดในสังคมเมืองได้มากขึ้น ในยุโรปมีการลงทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ชุมชน ระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน หรือในตอนใต้ของชิลีที่มีการปรับปรุงถนนและการขนส่ง ทำให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น จึงนำไปสู่การลงทุนใหม่ๆ เช่น การเลี้ยงปลาแซลมอน ซึ่งเป็นการเพิ่มการจ้างงานในชนบทโดยเฉพาะแรงงานสตรี  ในนิคารากัว มีการก่อสร้างถนน โรงงานแปรรูปนม และห้องเย็น ซึ่งเป็นเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพิ่มรายได้และขยายตลาดได้มากขึ้น

      ซึ่งการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะเป็นการลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการจ้างงานอีกด้วย

References 

Vos, R. and Cattaneo, A. (2020). Smallholders and Rural People Making Food System Value Chains Inclusive. Retrieved from http://ebrary.ifpri.org/utils/getfile/collection/p15738coll2/id/133646/filename/133857.pdf July, 3 2020
  

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารเพื่อคนชนบท

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารเพื่อคนชนบท 

          International Food Policy Research Institute หรือ IFPRI เปิดเผยว่า การที่สังคมเมืองเติบโตและขยายตัวมากขึ้น ระดับรายได้ที่สูงขึ้น ในขณะที่พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และตลาดอาหารที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในทวีปเอเชียและแอฟริกา นับเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างรายได้และการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ในขณะที่ SME ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคลังสินค้า โลจิสติกส์ การขนส่ง การค้าส่งและค้าปลีก ก็ขยายตัวเป็นอย่างมากเช่นกัน ปรากฏการณ์นี้ Rob Vos และ Andrea Cattaneo เรียกว่า การปฏิวัติเงียบ (Quiet Revolution) หมายถึงกระบวนการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานอาหารนั้นอยู่นอกสายตาของผู้กำหนดนโยบาย ทำให้ศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานอาหารถูกทิ้งไว้อย่างน่าเสียดาย
      
         นอกจากนั้นประชากรในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนขนาดย่อมยังประสบความยากลำบากในการเข้าถึงพ่อค้าคนกลางในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจมากเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องมาจากการขาดแคลนปัจจัยการผลิต ปัญหาที่ดินทำกิน และการใช้ทักษะใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งการขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานและทักษะเหล่านี้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานอาหารในแอฟริกาและเอเชียถูกละเลย ได้รับการพัฒนาไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งที่พื้นที่ชนบทเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่มีศักยภาพสูง  

       Rob Vos และ Andrea Cattaneo จึงเสนอว่าควรจะส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารทั้งระบบ เนื่องจากธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีความเชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรม สามารถสร้างผลเชื่อมโยงถอยหลัง (Backward Linkage) ไปยังประชากรที่อาศัยอยู่ในชนบทได้ จึงต้องกระตุ้นการลงทุนทำให้ห่วงโซ่อุปทานอาหารมีความเข้มแข็ง ทำให้ภาคครัวเรือนในชนบทสามารถเข้าถึงตลาด การขนส่ง การกระจายสินค้า การแปรรูป และการค้าปลีก รัฐบาลควรสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจอาหารและสินค้าเกษตร มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน สนับสนุนด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและการตลาด นอกจากนั้นยังต้องลงทุนด้านฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ เพื่อการพัฒนาต่อไปในอนาคต เพื่อให้กลุ่มคนที่ถูกมองข้ามในรับประโยชน์อย่างทั่วถึง


      นอกจากนี้การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในชนบท ต้องยกระดับความปลอดภัยทางสังคม (Social Protection) ควบคู่ด้วย ความปลอดภัยทางสังคมตามคำนิยามของ Food and Agriculture Organization (FAO) ให้ความหมายว่า การแทรกแซงเพื่อลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประชากรที่เปราะบาง โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะยากจนและอดอยาก โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท    
- การช่วยเหลือทางสังคม เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- การประกันภัยทางสังคม เช่น การช่วยเหลือด้านอาหารแก่ประชากรที่อดอยาก การยกระดับรายได้ และสวัสดิการอื่นๆ
- การคุ้มครองตลาดแรงงาน เช่น การอบรมพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับต่อตลาดแรงงาน การมีเบี้ยเลี้ยงสำหรับผู้ที่ตกงาน การศึกษาและการสาธารณสุข เป็นต้น

       การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอาหารทั้งระบบจึงเป็นอีกแนวทางที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในชนบทได้

References 


Vos, R. and Cattaneo, A. (2020). Smallholders and Rural People Making Food System Value Chains Inclusive. Retrieved from http://ebrary.ifpri.org/utils/getfile/collection/p15738coll2/id/133646/filename/133857.pdf July, 3 2020

http://www.fao.org/social-protection/overview/whatissp/en/

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

บทเรียนจาก Rurbanomics


บทเรียนจาก Rurbanomics
   
       การฟื้นฟูสังคมชนบทต้องเข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชนมีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงต้องการการพัฒนาที่ต่างกันด้วย อาทิเช่น ในทวีปแอฟริกาต้องการพัฒนาด้านเกษตรกรรม ในเอเชียใต้ต้องกระจายความเจริญสู่ชนบท เพื่อเพิ่มการจ้างงานในชนบทและลดการอพยพเข้าเมือง สำหรับจีนนั้นต้องปรับปรุงการพัฒนาชนบทเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมชนบทเพื่อดึงดูดให้คนหนุ่มสาวทำงานในชนบท แทนการอพยพเข้าเมืองใหญ่ การฟื้นฟูสังคมชนบทตามแนวทาง Rurbanomics นั้นพัฒนาในหลายมิติ อย่างเช่น


      1. สร้างความเชื่อมโยงระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทอย่างเข้มแข็ง โดยการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานอาหารทั้งกระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การตลาด การบริการ และสร้างโอกาสใหม่ๆในการทำงานให้กับแรงงานในพื้นที่ชนบท และต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปแบบยั่งยืน หัวใจสำคัญของ Rurbanomics ก็คือสังคมเมืองและสังคมชนบทต้องเป็นพาร์ทเนอร์กันอย่างเท่าเทียม

       2. Rurbanomics ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเกษตรกรรมเป็นรากฐาน แต่ก็ไม่ละเลยกิจกรรมนอกภาคเกษตร เพราะการเติบโตของภาคการเกษตรจะทำให้ภาคส่วนอื่นเติบโตตามไปด้วย เช่น ภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การขนส่ง การบริการทางการเงิน และการบ่มเพาะผู้ประกอบการ

       3. องค์กรท้องถิ่นต้องมีธรรมาภิบาลตรวจสอบได้ มีรายได้ที่เพียงพอในการจัดการท้องถิ่นของตนเอง ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนท้องถิ่นของตนเอง

      Rurbanomics จึงเป็นอีกแนวทางในการพัฒนาชนบทในประเทศไทย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ





References 
  Steiner, A. and Fan, S. (2019). Rural Revitalization Tapping into New Opportunity. Retrieved from https://www.ifpri.org/publication/2019-global-food-policy-report 26 June 2020







วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ข้าวคุณภาพ ข้าวมาตรฐานสากล


ข้าวคุณภาพ ข้าวมาตรฐานสากล 
    เมื่อเร็วๆ นี้โรงสีข้าวกิจอุดม ได้รับการสนับสนุนจาก สสว. ภายใต้"โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ SME ในเครือข่ายธุรกิจอาหารด้วยระบบมาตรฐานสากล ประจำปี 2562"เพื่อให้ทีมระบบมาตรฐานคุณภาพของโรงสีข้าวกิจอุดมเข้ารับการอบรมจากวิทยากร ในหัวข้อมาตรฐานอาหารปลอดภัย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพนักงานใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการอบรมมาก่อน จะได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น และตระหนักถึงมาตรฐานสากลและความปลอดภัยในอาหารเพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน




      ทั้งนี้โรงสีข้าวกิจอุดมนั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญมาตรฐานอาหารปลอดภัยและมาตรฐานสากลมาโดยตลอด เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพมีความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค โดยการนำหลักการและข้อกำหนดของมาตรฐานสากลระบบ GMP HACCP และ ISO9001:2015 นำมาใช้ในกระบวนการผลิต และผู้บริหารยังมีความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพอยู่เสมอ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากล สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัยของอาหาร โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและจัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานได้ตระหนักรับรู้ และนำไปใช้ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

     

 โรงสีข้าวกิจอุดมจึงมีนโยบายคุณภาพตามมาตรฐานสากลดังนี้


1. ด้านบุคลากร ซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่สุด โรงสีกิจอุดมจึงจัดให้พนักงานเข้ารับการอบรมจากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำงาน เพื่อให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และนำข้อกำหนดมาตรฐานสากลมาใช้ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้มาตรฐานอาหารปลอดภัยเป็นวัฒนธรรมขององค์กร
2. ด้านการผลิต หัวหน้าทุกแผนกในด้านการผลิตผ่านการอบรมมาตรฐานสากล GMP HACCP และ ISO9001 และยังผ่านการรับรองเป็นผู้ประเมินภายใน จึงมีความเข้าใจในระบบเอกสาร การจดบันทึก และการควบคุมการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งในแต่ละกระบวนการผลิตนั้นจะมีการตรวจสอบและประเมินผลผ่านตัวชี้วัดต่างๆ เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่าข้าวหอมมะลิจากโรงสีกิจอุดมนั้นมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน




3. ด้านการตลาด ความปลอดภัยของอาหารเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคตระหนักมากที่สุด โรงสีกิจอุดมจึงใส่ใจทุกกระบวนการตั้งแต่การรับซื้อข้าวเปลือก ที่ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากล ปราศจากวัชพืชหรือศัตรูพืชกักกันที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค รวมทั้งยังมีแบบสอบถามความพึงพอใจผู้บริโภค เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้บริโภคมาแก้ไขและป้องกันข้อผิดพลาดไม่ให้เกิดซ้ำ

4. ด้านการจัดการ เพื่อให้ทำงานเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทีมงานระบบมาตรฐานคุณภาพจึงมีระบบการตรวจประเมินภายในเพื่อประเมินการทำงาน  แก้ไขข้อผิดพลาด และป้องกันข้อผิดพลาดไม่ให้เกิดซ้ำ นอกจากนั้นยังมีการประเมินผู้ขายวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวมีความปลอดภัยและสะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค รวมทั้งยังมีระบบการตรวจสอบความสะอาดและความปลอดภัยของรถบรรทุก เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคว่าสินค้าได้รับการใส่ใจทุกกระบวนการผลิต


   ดังนั้นผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ว่า ข้าวหอมมะลิของโรงสีข้าวกิจอุดม เป็นข้าวคุณภาพ ข้าวมาตรฐานสากล รับประกันด้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทข้าวหอมมะลิ ในการประกวดข้าวตราคุณภาพดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 และรางวัลชนะเลิศ ประเภทข้าวหอมมะลิ ในการประกวดข้าวตราคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2563 ระดับจังหวัดอุบลราชธานี