KIT UDOM RICE

Premium Quality Rice from Ubon Ratchathani, Thailand.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Premium Grade Hom Mali Rice

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยั่งยืน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยั่งยืน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (1)

พัฒนาชนบทอย่างไรให้เข้มแข็ง (1)

           Rob Vos และ Andrea Cattaneo เสนอแนวทางในการพัฒนาชนบทให้เข้มแข็ง และได้ประโยชน์จากการเติบโตของสังคมเมือง 3 แนวทาง คือการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน การปรับปรุงกฎระเบียบด้านการค้า และอบรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

          ลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งมีความจำเป็นยิ่งในการทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างสังคมชนบทและสังคมเมืองเข้มแข็งขึ้น การก่อสร้างถนน ไฟฟ้า คลังสินค้า ล้วนแต่ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวชนบทดีขึ้น นอกจากนั้นการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการปรับปรุงปัจจัยการผลิต ก็เป็นส่วนเสริมทำให้ชาวชนบทมีรายได้ที่สูงขึ้น และลดความผันผวนอันเกิดจากราคาตลาด หรือภัยธรรมชาติได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานมันฝรั่งในอินเดีย มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บรักษามันฝรั่งให้กับชาวสวน

   
        ซึ่งมีเกษตรกรให้ความสนใจเป็นอันมาก จากเดิมมีเกษตรกรใช้ห้องเย็นแค่ 40% ของเกษตรทั้งหมดในปี 2000 แต่ปัจจุบัน มีเกษตรกรใช้ถึง 95% แล้ว ห้องเย็นไม่เพียงลดความเสียหายของมันฝรั่งเท่านั้น แต่ยังเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรด้วย เดิมทีมันฝรั่งสามารถเก็บได้เพียง 3 เดือน แต่ห้องเย็นสามารถยืดอายุของมันฝรั่งได้นาน 7 เดือน ช่วงที่มันฝรั่งออกมาเยอะ ราคาตก เกษตรก็สามารถเก็บมันฝรั่งไว้ในห้องเย็นเพื่อชะลอการขาย นอกจากนั้นมันฝรั่งที่เก็บในห้องเย็นยังสามารถเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ได้อีกด้วย
 
     
       ห้องเย็นยังช่วยทำให้การเชื่อมโยงตลาดระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทให้ดีมากขึ้นอีกด้วย ผู้บริโภคเห็นว่าการเก็บมันฝรั่งในห้องเย็น ทำให้เก็บรักษาคุณภาพมันฝรั่งไว้ได้ ไม่เน่าเสีย จึงมีความต้องการมันฝรั่งจากห้องเย็นมากขึ้น และยินดีซื้อในราคาที่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตเองก็สามารถชะลอการขาย ในช่วงราคามันฝรั่งตกต่ำได้อีกด้วย นับเป็นการยกระดับรายได้ของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง

    
       นอกจากอินเดียแล้ว บราซิลเองก็เช่นกัน มีการลงทุนก่อสร้างถนนและการขนส่ง ทำให้ลดเวลาในการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนของเกษตรกร ทำให้เข้าถึงตลาดในสังคมเมืองได้มากขึ้น ในยุโรปมีการลงทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ชุมชน ระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน หรือในตอนใต้ของชิลีที่มีการปรับปรุงถนนและการขนส่ง ทำให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น จึงนำไปสู่การลงทุนใหม่ๆ เช่น การเลี้ยงปลาแซลมอน ซึ่งเป็นการเพิ่มการจ้างงานในชนบทโดยเฉพาะแรงงานสตรี  ในนิคารากัว มีการก่อสร้างถนน โรงงานแปรรูปนม และห้องเย็น ซึ่งเป็นเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพิ่มรายได้และขยายตลาดได้มากขึ้น

      ซึ่งการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะเป็นการลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการจ้างงานอีกด้วย

References 

Vos, R. and Cattaneo, A. (2020). Smallholders and Rural People Making Food System Value Chains Inclusive. Retrieved from http://ebrary.ifpri.org/utils/getfile/collection/p15738coll2/id/133646/filename/133857.pdf July, 3 2020
  

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Rurbanomics วิถีใหม่แห่งการพัฒนา



Rurbanomics วิถีใหม่แห่งการพัฒนา 

     Rurbanomics คือการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมชนบทให้เชื่อมโยงกับการเติบโตของสังคมเมือง ในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เท่าเทียมและพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งแนวทางการพัฒนาตามวิถี Rurbanomics แบ่งออกเป็น 4 ด้าน

     1. เอาใจใส่ความต้องการของสังคมชนบท
     2. พัฒนาทรัพยากรท้องถิ่น และสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงสังคมชนบทกับสังคมโลก โดยอยู่บนหลักการของความหลากหลายและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
     3. เชื่อมโยงโอกาสของสังคมชนบทกับสังคมโลก
     4. กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และส่งเสริมธรรมาภิบาลในสังคมชนบท


      Rurbanomics เป็นแนวทางการพัฒนาสังคมชนบทในหลากหลายมิติ ไม่เพียงจำเพาะแค่ภาคการเกษตรเท่านั้น จากรายงานของ The International Food Policy Research Institute (IFPRI) ชี้ว่าการพัฒนาภาคเกษตรยังส่งผลให้เกิดการเติบโตของกิจกรรมนอกภาคเกษตรได้ด้วย เนื่องจากการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งไปขายในเมือง ก็ต้องอาศัยการพัฒนาระบบขนส่ง คลังสินค้าและการจัดเก็บ การค้าปลีกและการค้าส่ง การบริการทางการเงิน ตลอดทั้งการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ทำให้สังคมชนบทขยายจากภาคเกษตร สู่ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับรายได้ของประชากรในชนบทในที่สุด

       อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในสังคมชนบทยังต้องอาศัยการพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านนวัตกรรม การวิจัยและการพัฒนา เพื่อให้การผลิตในภาคการเกษตรน่าสนใจและดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ทำงานในชนบท เพื่อลดความแออัดในสังคมเมือง นอกจากนั้นยังต้องพัฒนาระบบชลประทานเพื่อลดความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศเอธิโอเปีย เคนยา และไนเจอร์ ลงทุนก่อสร้างระบบชลประทาน ส่งผลให้ประชากรในภาคการเกษตรมีช่วงเวลาในการทำการเกษตรที่ยาวนานขึ้น เพราะมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ และยังเพิ่มความหลากหลายของพืชเศรษฐกิจ และลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติอีกด้วย

     กิจกรรมนอกภาคการเกษตรก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะเป็นกิจกรรมที่จะดึงให้คนยากจนในชนบทยกฐานะให้หลุดพ้นจากความยากจนไปได้ เช่น ในประเทศปากีสถาน พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของงานนอกภาคการเกษตรช่วยสร้างงานให้กับแรงงานในพื้่นที่ชนบท อีกตัวอย่างคือประเทศจีน ที่ยกระดับประชากรกว่า 223 ล้านคนที่ทำงานในภาคการเกษตรในพื้นทีชนบท ให้มาทำงานในกิจกรรมนอกภาคการเกษตร พบว่ามีประชากร 23 ล้านคนเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถสร้างงานให้กับประชากรอีก 119 ล้านคนได้ ซึ่งประชากรในกลุ่มนี้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกถึง 40% ของมูลค่าทั้งหมด


     ถึงแม้ว่าจะมีการเติบโตของกิจกรรมนอกภาคการเกษตร แต่ช่องว่างของรายได้ระหว่างภาคชนบทและภาคตัวเมืองก็ยังห่างกันมาก รัฐบาลจีนจึงออกนโยบายยกระดับภาคชนบทโดยการลงทุนในสาธารณูปโภค เทคโนโลยี และนวัตกรรม การบริการสาธารณะ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข และปฏิรูปธรรมาภิบาลของท้องถิ่น ซึ่งเป็นวิถีใหม่แห่งการพัฒนาสังคมชนบทที่ถูกละเลยมานาน





References 

Steiner, A. and Fan, S. (2019). Rural Revitalization Tapping into New Opportunity. Retrieved from https://www.ifpri.org/publication/2019-global-food-policy-report 26 June 2020

Fan, S. and Badiane, O. (2019). Rurbanomics: The Path to Rural Revitalization in Africa. Retrieved from https://www.ifpri.org/blog/rurbanomics-path-rural-revitalization-africa 26 June 2020

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ฟื้นฟูภาคชนบทด้วยวิถี Rurbanomics

ฟื้นฟูภาคชนบทด้วยวิถี Rurbanomics
       การฟื้นฟูภาคชนบท (Rural Revitalization) คือการพัฒนาพื้นที่ชนบทในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตร ให้มีความปลอดภัย ยั่งยืน และเปลี่ยนภาคชนบทให้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ เพื่อลดความแออัดในตัวเมือง ปัจจุบันพบว่าเศรษฐกิจในตัวเมืองขยายตัวมากขึ้น ประชากรที่อาศัยในตัวเมืองมีรายได้ที่มากขึ้น ในขณะที่ประชากรในภาคชนบทกลับทิ้งถิ่นฐานเพื่อไปหาโอกาสที่ดีกว่าในเมืองใหญ่ จึงเป็นโจทย์ที่ว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ภาคชนบทได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตัวเมือง

     
       Rurbanomics จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะเชื่อมโยงภาคชนบทและตัวเมืองเข้าด้วยกัน และเติบโตไปพร้อมกัน Rurbanomics มาจากคำว่า Rural แปลว่า ภาคชนบท Urban แปลว่า ตัวเมือง และ Economics แปลว่า เศรษฐกิจ พูดง่ายๆก็คือ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคชนบทและภาคตัวเมืองเข้าด้วย โดยการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการที่ภาคตัวเมืองขยายตัวขึ้นนั้น ความต้องการอาหารก็มีสูงขึ้นด้วย ไม่เพียงเท่านั้นประชากรในเมืองยังต้องการอาหารที่มีความสะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนอีกด้วย และด้วยวิถีที่เร่งรีบของประชากรในเมือง ความต้องการอาหารปรุงสำเร็จ เพียงแค่อุ่นในไมโครเวฟก็สามารถรับประทานได้เลย ก็กำลังเป็นวิถีใหม่ที่คนเมืองต้องการ จึงเป็นโอกาสที่ภาคชนบทจะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อตอบโจทย์ของคนเมือง  หากการเชื่อมโยงดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง จะสามารถสร้างความหลากหลายในการประกอบอาชีพ ทำให้แรงงานในภาคชนบทได้ประโยชน์ การผลิต การตลาด และการกระจายสินค้าได้รับการพัฒนา ภาคชนบทก็จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของตัวเมืองด้วย

    จากบทความของ Achim Steiner และ Shenggen Fan ยังกล่าวอีกว่า ไม่เพียงแค่ต้องพัฒนาการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารในภาคชนบทเท่านั้น แต่ยังต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ยกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไปจนถึงระดับอาชีวะศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในชนบท เพื่อรองรับงานที่หลากหลายมากขึ้น ยกตัวอย่างการพัฒนาชนบทในจีน อินเดีย และเนปาล ที่มีการลงทุนในด้านการวิจัยด้านการเกษตร พัฒนาด้านการศึกษา และคมนาคม ทำให้ลดความยากจนอย่างมีนัยสำคัญ

     เป็นที่ทราบกันว่า กิจกรรมการเกษตรมีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งการแผ้วถางป่า และยังเพิ่มก๊าซเรือนกระจก  แต่การพัฒนาชนบทตามแนว Rurbanomics นั้นไม่เพียงแต่ครอบคลุมปริมณฑลด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมนอกภาคการเกษตรอีกด้วย กล่าวคือต้องพัฒนาการทำการเกษตรและควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย โดยการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล ซึ่งเป็นการนำของเหลือจากภาคการเกษตรมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ไม่เพียงแต่ช่วยลดโลกร้อน แต่ยังส่งเสริมธุรกิจนอกภาคการเกษตร เป็นการเพิ่มความหลากหลายในการประกอบอาชีพอีกด้วย


       ตัวอย่างเช่น ประเทศไนจีเรีย พบว่าสินค้าอาหารกว่า 45% ต้องเน่าเสีย เนื่องจากขาดแคลนตู้เย็นหรือห้องเย็นเพื่อเก็บรักษาอาหาร จึงมีแนวคิดในการสร้างห้องเย็นเพื่อรักษาสินค้าอาหารจากพลังงานแสงอาทิตย์

        Rurbanomics เน้นความเชื่อมโยงและการพึ่งพากันระหว่างภาคตัวเมืองและภาคชนบท ซึ่งจะเป็นการดึงศักยภาพของภาคชนบทให้สูงขึ้น และสามารถทำได้มากกว่าแค่ผลิตอาหารป้อนคนเมือง


References 

Steiner, A. and Fan, S. (2019). Rural Revitalization Tapping into New Opportunity. Retrieved from https://www.ifpri.org/publication/2019-global-food-policy-report 26 June 2020

Fan, S. and Badiane, O. (2019). Rurbanomics: The Path to Rural Revitalization in Africa. Retrieved from https://www.ifpri.org/blog/rurbanomics-path-rural-revitalization-africa 26 June 2020

Rurbanomics การพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน



 Rurbanomics การพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน 

         รายงานของ The International Food Policy Research Institute (IFPRI) ระบุว่าภาคในเมืองมีการเติบโต ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลกอาศัยอยู่ในตัวเมือง ในขณะที่ ภายในปี 2050 ประชากรกว่า 2 ใน 3 ของทั้งโลกจะกลายเป็นคนเมือง สวนทางกับภาคชนบทที่ปัจจุบันนี้มีประชากรประมาณ 45.3% ของประชากรทั้งโลกอาศัยอยู่ในภาคชนบท ซึ่งในจำนวนนี้มีประชากรมากถึง 70% ที่อยู่ในสถานะยากจนเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งสาเหตุแห่งความยากจนเกิดจาก ภาวะการว่างงาน การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ขาดบริการด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และภาวะโลกร้อนซึ่งทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย จึงทำให้กลุ่มคนยากจนเหล่านี้ ยากยิ่งที่จะลืมตาอ้าปาก
           ในทศวรรษ 1990 ธนาคารโลกออกมายอมรับว่าภาคชนบทได้รับการละเลยในการพัฒนามานานหลายทศวรรษ ถึงเวลาที่ต้องฟื้นฟูภาคชนบทแล้ว โดยตั้งอยู่บนโจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรภาคชนบทจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของภาคตัวเมือง 

           Achim Steiner และ Shenggen Fan เล็งเห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาคตัวเมืองและภาคชนบทว่า การที่ตัวเมืองขยายตัวนั้นย่อมมาคู่กับความต้องการด้านอาหารที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย ประชากรในเมืองต้องการความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัย และความยั่งยืน ในขณะที่ภาคชนบทต้องการโอกาสในการพัฒนา จึงเกิดแนวคิด Rurbanomics ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่าง Rural (ภาคชนบท) Urban (ภาคตัวเมือง) Economics (เศรษฐศาสตร์)


            กล่าวคือ Rurbanomics คือการพัฒนาเศรษฐกิจโดยอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกันของภาคตัวเมืองและภาคชนบท ซึ่งการเชื่อมโยงดังกล่าวจะทำให้เกิดการพัฒนา การสร้างงาน และสร้างความหลากหลายในการประกอบอาชีพทั้งในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตรในชนบท ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้และพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในชนบทได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าประชากรในภาคชนบทจะได้รับประโยชน์ที่มากขึ้นจากการขยายตัวของภาคตัวเมือง
         

        ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเซเนกัล ทวีปแอฟริกา ในขณะที่ภาคตัวเมืองเติบโตมากขึ้น พฤติกรรมของประชากรในตัวเมืองก็เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตที่ต้องเร่งรีบ จึงนำมาสู่ความต้องการอาหารที่รีบเร่ง อาหารประเภท Ready-to-Cook หรือ Ready-to-Eat หรืออาหารสำเร็จรูปประเภทพร้อมรับประทาน จึงมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับภาคชนบทที่ต้องพัฒนากระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ที่จะต้องผลิตอาหารที่พร้อมรับประทาน ไม่เพียงแค่ผลิตวัตถุดิบเท่านั้น จากการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้เกิดความหลากหลายในการสร้างงานและสร้างอาชีพ ประชากรในชนบทไม่จำเป็นต้องอพยพเข้าไปหางานทำในตัวเมือง Rurbanomics จึงเป็นแนวทางในการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในชนบท

References 

Steiner, A. and Fan, S. (2019). Rural Revitalization Tapping into New Opportunity. Retrieved from https://www.ifpri.org/publication/2019-global-food-policy-report 26 June 2020

Fan, S. and Badiane, O. (2019). Rurbanomics: The Path to Rural Revitalization in Africa. Retrieved from https://www.ifpri.org/blog/rurbanomics-path-rural-revitalization-africa 26 June 2020


วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ข้าวยั่งยืน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยืนยาว

 ข้าวยั่งยืน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยืนยาว 

      
         โครงการตลาดนำการผลิต เพื่อเกษตรกรรายย่อย (MSVC) หรือเรียกง่ายๆ ว่าโครงการข้าวยั่งยืนนั้นเกิดจาก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อผลิตข้าวที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มดำเนินการที่ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศนำร่อง จากภาวะโลกร้อนที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้นนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากกิจกรรมทางการเกษตรด้วย ดังนั้นโครงการข้าวยั่งยืนจึงต้องเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาวิธีการทำการเกษตรให้ถูกต้อง ให้ความรู้และความช่วยเหลือเกษตรกร และหาตลาดให้ด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงที่ครบวงจร สำหรับโครงการข้าวยั่งยืนนั้นแบ่งเป็น 3 มิติ ประกอบด้วย

 
          1. มิติด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร
          2. มิติด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการทำเกษตรแบบ GAP และใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการ                    ทำนาลดการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม
          3. มิติด้านสังคม เพื่อให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองโดยการลดต้นทุนการผลิต

         โครงการข้าวยั่งยืน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการปรับผืนดิน เพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสมด้วยระบบ Laser Leveling นอกจากนั้นยังเพิ่มผลผลิตด้วยวิธีการทำนาหยอด โดยโครงการจะให้การสนับสนุนเครื่องหยอดข้าว ซึ่งการทำนาหยอดนี้จะช่วยเกษตรกรประหยัดเมล็ดพันธุ์ และให้ผลผลิตที่ดีเหมือนการทำนาดำ ป้องกันวัชพืช เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า และลดต้นทุนในการจ้างแรงงานในการทำนาดำด้วย นอกจากนั้นโครงการข้าวยั่งยืนยังมีแอพลิเคชั่นช่วยเกษตรกรในการวิเคราะห์ดิน เพื่อการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับดิน ลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยไม่ใส่ปุ๋ยสะเปะสะปะเฉกเช่นที่ผ่านมา และยังส่งเสริมให้เกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง 

       เพื่อให้การโครงการประสบความสำเร็จ และเกษตรกรมีตลาดรองรับที่แน่นอน โครงการข้าวยั่งยืนจึงร่วมมือกับโรงสีข้าวกิจอุดม ในการเป็นผู้ซื้อและผู้สนับสนับข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรในโครงการ ดังนั้น ข้าวหอมมะลิตรามงกุฎคู่และข้าวกล้องหอมมะลิตรามงกุฎคู่ จึงผลิตจากข้าวโครงการข้าวยั่งยืน นอกจากจะได้ข้าวเปลือกที่มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนอีกด้วย  
 

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ข้าวกล้องหอมมะลิ จากโครงการข้าวยั่งยืน

ข้าวกล้องหอมมะลิ จากโครงการข้าวยั่งยืน 

        เป็นที่ทราบกันดีว่าข้าวกล้องหอมมะลินั้น อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโฟเลต วิตามิน B2 โปรแตสเซียม และแคลเซียม เป็นต้น อย่างไรก็ตามข้าวกล้องหอมมะลินั้นยังมีแมงกานีส ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่น้อยคนนักจะรู้จักแต่กลับมีความจำเป็นต่อร่างกายมาก นั่นเพราะแมงกานีสมีส่วนสำคัญของระบบต่างๆ ภายในร่างกายของเรา เช่น การเติบโตของมวลกระดูก ระบบการเผาผลาญของเซลล์กล้ามเนื้อ การรักษาบาดแผล ระบบประสาท และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากร่างกายขาดแมงกานีสจะทำให้มวลกระดูกบางลง และทำให้ระบบการเผาผลาญอาหารของเราผิดปกติ หรือที่เรียกว่าภาวะ Metabolic Syndrome ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมันสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจขาดเลือด

         นอกจากนั้นข้าวกล้องหอมมะลิยังประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟีนอล (Phenols) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งช่วยลดภาวะถูกออกซิไดซ์เกินสมดุล (Oxidative stress)
         
         
         ภาวะถูกออกซิไดซ์เกินสมดุล (Oxidative stress) คือภาวะความไม่สมดุลของการเกิดอนุมูลอิสระ เกิดจากอนุมูลอิสระมีปริมาณเพิ่มขึ้น สำหรับอนุมูลอิสระนั้นคือสารหรือโมเลกุลที่ขาดอิเล็กตรอนไป 1 ตัว ทำให้มีเสถียรต่ำเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตัวเองจึงต้องจับกับสารอื่นในร่างกายของเราเพื่อสร้างสมดุล เช่นจับกับไขมัน โปรตีน น้ำตาล หรือกรดนิวคลิอิก เป็นต้น การที่อนุมูลอิสระจับกับสารอื่นนั้นจะเกิดการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน กระบวนการนี้เรียกว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งส่งผลให้เซลล์ถูกทำลายและเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง 

                                                                                

      
        อนุมูลอิสระนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเรา หรือเกิดจากสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น สารเคมี ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง รังสี เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายจะสร้างระบบป้องกันสารต้านออกซิเดชั่นอยู่แล้ว ซึ่งระบบนี้จะคอยทำลายอนุมูลอิสระ คอยควบคุมการทำงานของเซลล์ให้เป็นปกติ และคอยยับยั้งการก่อตัวของสารก่อมะเร็ง แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอลงระบบดังกล่าวก็อ่อนประสิทธิภาพลงไปด้วย เราจึงต้องรับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น โดยการรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เพิ่มเสริมการทำงานของร่างกาย 

        

      ข้าวกล้องหอมมะลิจึงเหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพหรือเป็นของฝากให้กับคนที่เรารัก ทั้งนี้โรงสีข้าวกิจอุดม และ บริษัท เค.ดี. ไรซ์ อินเตอร์เทรด จำกัด จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิชั้นดีเพื่อผลิตเป็นข้าวกล้องหอมมะลิคุณภาพเพื่อผู้บริโภค เพราะเราคัดเลือกข้าวหอมมะลิจากชาวนาที่เข้าร่วมโครงการข้าวยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาและส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้สารเคมี และยังปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบคุณภาพดินและเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดิน ทำให้การปลูกข้าวมีประสิทธิภาพและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

"ข้าวกล้องหอมมะลิตรามงกุฎคู่ ข้าวคุณภาพจากโครงการข้าวยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค"


อ้างอิง 

โกสินทร์ วิระษร และคณะ (ม.ป.ป.). ภาวะถูกออกซิไดซ์เกินสมดุลและสารต้านออกซิเดชั่นกับโรคมะเร็ง. สืบค้นจาก http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1862 7 ตุลาคม 2562

Kubala, J.(2018). Is Brown Rice Good for You?. Retrieved from https://www.healthline.com/nutrition/is-brown-rice-good-for-you October, 7 2019